fbpx
‘Food Delivery’ ช่องทางขายอาหารที่เจ้าของร้านไม่ควรมองข้าม 2

‘Food Delivery’ ช่องทางขายอาหารที่เจ้าของร้านไม่ควรมองข้าม

แอปพลิเคชันสั่งอาหาร (Food Delivery Application) นับเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี หรือที่เรียกกันว่า Digital Disruption ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในห่วงโซ่ธุรกิจร้านอาหาร รวมไปถึงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ธุรกิจการจัดส่งอาหารไปยังแหล่งที่พัก (Food Delivery) ที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อปี 2014-2018 ที่ผ่านมา Food Delivery มีการเติบโต 10% สูงกว่าธุรกิจร้านอาหารโดยรวมที่เติบโตเพียง 3-4% ต่อปี     
จากการขยายตัวของธุรกิจ Food Delivery และแอปพลิเคชันสั่งอาหาร (Food Delivery Application) นี้ ยังเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับเจ้าของร้านอาหารขนาดกลางและเล็ก ให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ได้มากขึ้น รวมถึงยังเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ด้วยการแข่งขันที่มากขึ้นนี้ ทำให้เจ้าของร้านอาหารต่างปรับแผนธุรกิจใหม่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยการเพิ่มช่องทางการสั่งซื้ออาหารให้มากขึ้น รวมทั้งเพิ่มความหลากหลายของประเภทอาหาร
เพื่อเป็นการปรับตัวให้สอดคล้องกับการแข่งขันในครั้งนี้ เรามาดูกันว่า ข้อดีของการใช้ Food Delivery มีประโยชน์อะไรบ้าง และทำอย่างไรถึงจะใช้เครื่องมือนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ข้อดีของการใช้ Food Delivery 
  1. เจ้าของร้านอาหารจะได้ลูกค้าหลากหลายกลุ่มมากขึ้น รวมทั้งเป็นการสร้างโอกาสในการเพิ่มยอดขายโดยไม่ต้องเสียค่าการตลาด ซึ่งเมื่อใช้ช่องทางออนไลน์ในการบริการจัดส่งอาหาร ทำให้ร้านอาหารสามารถเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น และยังเป็นการสร้างแบรนด์ เพื่อนำไปสู่ยอดขายที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย
  1. เจ้าของร้านอาหารไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการจัดส่งอาหาร เนื่องจากปัจจุบันมีตัวกลาง มาช่วยรับภาระในการจัดส่งสินค้า และการติดต่อลูกค้าปลายทางออกไป ทำให้ร้านอาหารสามารถโฟกัสกับการทำอาหารได้อย่างเต็มที่
  1. เจ้าของร้านอาหารสามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ รวมถึงจัดการคำสั่งซื้ออาหารและการเงินได้โดยตรง ผ่านแอปพลิเคชัน และสามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์ได้ว่าเมนูไหนที่ขายดี หรือช่วงเวลาไหนที่มีผู้มาใช้บริการจำนวนมาก และโปรโมชั่นแบบไหนที่ลูกค้าใช้ประจำ ซึ่งข้อมูลพวกนี้ ทำให้คุณสามารถวางแผนการขายล่วงหน้าได้
ข้อแนะนำในการใช้ Food Delivery
  1. เลือกใช้แอปพลิเคชันให้เหมาะกับรูปแบบธุรกิจและต้นทุนของร้านอาหาร โดยคำนึงถึงโครงสร้างและรูปแบบธุรกิจร่วมกับต้นทุนที่ต้องเสียไป เมื่อเทียบกับรายได้หรือโอกาสที่จะเข้ามา (Cost VS. Benefit) เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากแอปพลิเคชันนี้ภายใต้ต้นทุนที่กำหนดได้  
  2. เพิ่มความยืดหยุ่นของระบบในร้านให้สามารถรองรับ Food Delivery ได้มากขึ้น โดยอาจย้ายพนักงานบางส่วนที่อยู่หน้าร้านเข้ามาช่วยงานในครัวในช่วงที่มีออเดอร์ของ Food Delivery จำนวนมาก
  3. เพิ่มประเภทของสินค้าหรือจัดกลุ่มสินค้าเพื่อเจาะตลาดกลุ่ม Food Delivery ให้มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่นิยมทานอาหารที่จัดเตรียมเองได้ยาก เช่น อาหารเพื่อสุขภาพ เป็นต้น
  4. ใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถคงรสชาติอาหารได้มากที่สุด รวมถึงวัสดุที่ใช้ยังต้องเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
  5. เพื่อแก้ปัญหารสชาติอาหารที่แตกต่าง เมื่อเทียบกับนั่งทานในร้าน เจ้าของร้านต้องหาวิธีการควบคุมคุณภาพและรสชาติของอาหารให้ดี เพื่อเป็นการรักษาฐานลูกค้าประจำ และเพิ่มกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ในระยะยาว
แหล่งข้อมูล: ศูนย์วิจัยกสิกร, www.sme.go.th

อ่านบทความอื่นๆ ของ HIVE เพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.hive.world/blog/

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to Top